การขับรถในช่วงฝนตกมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ มากกว่าปกติ เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น และทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแก้ไขสภาพผิวจราจรและติดตั้งป้ายเตือนบริเวณเส้นทางที่มักเกิดน้ำท่วมขัง รวมถึงปรับปรุงสภาพแวดล้อมริมทางให้ปลอดภัย โดยตัดแต่งกิ่งไม้ และโค่นต้นไม้ที่เสี่ยงต่อการล้มทับ พร้อมตรวจสอบป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง
ข้อควรปฏิบัติในการขับรถช่วงฝนตกอย่างปลอดภัย ดังนี้
การใช้ที่ปัดน้ำฝน ปรับระดับความเร็วของที่ปัดน้ำฝนให้สัมพันธ์กับ ความแรงและปริมาณฝน
การใช้สัญญาณไฟ โดยเปิดใช้สัญญาณไฟปกติ ไม่เปิดใช้ไฟสูง เพราะทำให้ผู้ขับรถคันอื่นสายตาพร่ามัว กรณีฝนตกในช่วงกลางคืน ให้เปิดใช้ไฟตัดหมอก และไม่เปิดใช้ไฟกะพริบ
ลดความเร็ว โดยใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษเมื่อขับผ่านเส้นทางที่มีแอ่งน้ำ เพื่อป้องกันรถลื่นไถล
เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ไม่เร่งความเร็วและเบรกกะทันหัน ไม่เปลี่ยนช่องทางและขับแซงรถคันอื่นในระยะกระชั้นชิด
ให้จอดรถพักในบริเวณที่ปลอดภัย หากฝนตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทาง รอฝนหยุดตก ค่อยขับรถไปต่อ
กรณีขับรถผ่านเส้นทางน้ำท่วม ควรขับรถให้ช้าที่สุด ปิดเครื่องปรับอากาศ หากระดับน้ำท่วมสูงกว่าท้องรถ ไม่ควรฝืนขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าว
สายด่วนนิรภัย โทร. 1784
ขอบคุณข้อมูลจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย